fbpx
Blog

คู่มือแม่มือใหม่ เตรียมตัวก่อนคลอด

ช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์เป็นช่วงใกล้คลอดแล้วมันก็จะตื่นเต้นๆหน่อยใช่มั้ยคะ อุ้มท้องกันมาตั้งนานจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กกันแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงเริ่มเตรียมข้าวของเครื่องใช้เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนคลอดมาไว้ให้ศึกษากันค่ะ  คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดดี? การเลือกว่าจะคลอดลูกแบบธรรมชาติหรือผ่าคลอดคุณแม่ควรทำการตัดสินใจร่วมกับคุณหมอที่ดูแล เพราะต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยในการคลอดของทั้งแม่และลูก โดยการทำคลอดทั้งสองแบบนี้มีข้อดีต่างกันดังนี้ ข้อดีของการคลอดแบบธรรมชาติ ฟื้นตัวเร็ว เจ็บแผลน้อยการคลอดแบบธรรมชาติจะทำให้คุณแม่ฟื้นตัวได้เร็วกว่า เพราะไม่ถือว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่นะคะ รวมถึงความเจ็บของแผลที่จะน้อยกว่าการผ่าคลอด ลูกมีภูมิคุ้มกันการคลอดแบบธรรมชาติ ขณะที่ลูกเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอด จะได้รับเชื้อที่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้กับลูกได้ ทำให้ลูกมีสุขภาพที่เเข็งแรง และป่วยยาก ระบบการหายใจของลูกดี ขณะทำคลอดลูกร่างกายของลูกจะถูกบีบ และขับของเหลวอออกมา ทำให้ลูกสามารถหายใจได้ดี กว่าการคลอดแบบผ่า ราคาการคลอดธรรมชาติถูกกว่าการผ่าคลอด การคลอดแบบธรรมชาติไม่ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงไม่ต้องเสียค่าผ่าคลอด ค่าบล็อกหลัง เป็นต้น จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการผ่าคลอด ข้อดีของการผ่าคลอด กำหนดวันคลอดได้การผ่าคลอด จะทำให้คุณแม่สามารถกำหนดวันคลอดให้กับลูกได้ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถจัดวางตารางเวลาในการลาคลอด และการทำงานได้ และหากเชื่อเรื่องฤกษ์ยามก็สามารถเลือกวันเวลาที่เป็นฤกษ์ดีกับลูก ปลอดภัยกับคุณแม่ที่มดลูกไม่ขยายตัว หรืออุ้งเชิงกรานแคบ หากคุณแม่มีสรีระที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการคลอดแบบปกติ การผ่าคลอดจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย ปลอดภัยกับลูกที่ไม่กลับหัว ในกรณีที่ลูกไม่กลัวหัวจะมีอันตรายในคลอดแบบธรรมชาติ คุณแม่จึงจำเป็นต้องผ่าคลอดเพื่อความปลอดภัย ปลอดภัยกับแม่ที่เคยผ่าคลอดมาแล้ว คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดลูกคนแรกแล้ว เมื่อคลอดลูกคนต่อมาก็จำเป็นต้องผ่าคลอดเช่นกันเพื่อความสะดวก และปลอดภัยกับทั้งตัวคุณแม่และลูก ปลอดภัยกับแม่ที่มีโรคประจำตัว โดยโรคที่ไม่สามารถคลอดแบบปกติได้ ได้แก่ โรคความดันเลือดสูง หรือเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอด สำหรับคุณแม่ทำการผ่าคลอด […]

Blog, News

มัมมี้ลิเชียสจูซ นำทัพน้ำหัวปลีไทยสู่สากล

มัมมี้ลิเชียสจูซ น้ำหัวปลีไทย เครื่องดื่มสำหรับคุณแม่ เจ้าแรกในประเทศไทย ได้ความนิยมในระดับอินเตอร์ฯ คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ ทั้งในกลุ่มที่กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่ และคุณแม่เพิ่งคลอด ก็ต่างต้องการมอบอาหารที่มีค่าที่สุดให้ลูก นั่นก็คือนมแม่ ด้วยหวังให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี คุณแม่ทั่วไทยจึงไว้วางใจให้ “มัมมี้ลิเชียสจูซ” เครื่องดื่มบำรุงน้ำนมที่มีชื่อมายาวนานกว่า 7 ปี เป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการบำรุงนมแม่ เนื่องจากเป็นสินค้าไทยที่มีศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยในปัจจุบันนอกจาก “มัมมี้ลิเชียสจูซ” จะมีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศแล้ว ยังเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำหัวปลีในการส่งออก และได้รับความนิยมสูงในเอเชีย โดยที่ผ่านมามีวางจำหน่ายใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน และยังมีการขยายตลาดเพิ่มอีก 3 ประเทศในปีนี้ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม “Mommylicious Juice” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงน้ำนมแม่ นวัตกรรมใหม่เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการบำรุงน้ำนม ให้มีปริมาณน้ำนมปกติอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวัตถุดิบสมุนไพรไทยแต่ไม่โบราณ โดยผลิตภัณฑ์มีความทันสมัย น่าใช้โดนใจ ที่สำคัญสินค้าผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่สารกันบูด ให้คุณแม่สามารถทานง่าย ไม่ต้องต้มเอง […]

Blog, Breastfeeding, News, Pregnancy

Mommylicious Juice ได้รับเลือกให้เป็นเครื่องดื่มอันดับหนึ่งสำหรับคนท้อง

#น้ำหัวปลีผสมงาดำ มัมมี้ลิเชียสจูซ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเครื่องดื่มอันดับหนึ่งสำหรับคนท้องโดยเวบไซต์ mybest การจัดอันดับในครั้งนี้ประกอบด้วยเครื่องดื่ม 10 ชนิดที่ทาง mybest นำมาเสนอให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์พิจารณา โดยคำนึงถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ เหมาะสำหรับคุณแม่ และปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่ควรมีปริมาณน้อยเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ บำรุงจากแม่สู่ลูก น้ำหัวปลีของมัมมี้ลิเชียสผลิตจากธรรมชาติ 100% อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จากหัวปลี ช่วยบำรุงโลหิต และกระตุ้นการผลิตนมแม่ ผสมผสานกับงาดำที่มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูก และดูแลเส้นผม ป้องกันผมขาดร่วง มีรสชาติอร่อย ดื่มง่าย รสกลมกล่อม จึงเหมาะที่จะดื่มบำรุงทั้งในช่วงกำลังตั้งครรภ์และหลังคลอด มัมมี้ลิเชียสจูซจึงขอขอบคุณทางเวบไซต์ mybest มา ณ โอกาสนี้ค่ะ อ่านบทความ 10 อันดับเครื่องดื่มสำหรับคนท้อง ที่นี่: https://my-best.in.th/50972

Child development, motherhood, Pregnancy

คู่มือความเป็นแม่

ความหมายของคำว่า แม่ “แม่” เป็นคำเรียกผู้ให้กำเนิด ส่วนความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายคำว่า แม่ หมายถึง “หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก หรือคำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน” ซึ่งนอกจากผู้ให้กำเนิด สำหรับลูกนั้น แม่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ นอกจากให้กำเนิดแล้วยังเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กจนโต แม่ยังมีความรักความเป็นห่วงให้ลูกอย่างไม่มีวันจบ คำว่า “แม่” ในแต่ละภาษามีคำเรียกที่ต่างออกไป เช่น ภาษาอังกฤษเรียกว่า มาเธอร์ (Mother) ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า มามอง (Maman) ภาษาจีนเรียกว่า มาหม่ะ (Mama) ภาษาเกาหลีใช้คำว่า ออมม่า (Omma) ซึ่งถึงแม้เสียงจะต่างกันแต่มีความคล้ายกันด้วยเสียง “ม” ซึ่งเป็นเสียงแรกตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งนักภาษาศาสตร์ได้ศึกษาว่าเสียง “มามา” เป็นเสียงที่ง่ายสำหรับทารก ในการออกเสียงเพื่อขออาหาร หรือเมื่อต้องการความอบอุ่น ปลอดภัย ซึ่งแสดงว่าคำว่า “แม่” ยังบ่งบอกถึงความผูกพันในใจด้วย หน้าที่ของแม่ที่มีต่อลูกตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ครอบครัว หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร (มาตรา ๑๕๖๑ – ๑๕๘๔/๑) ได้ระบุถึงสิทธิและหน้าของบิดามารดาและบุตร มีตัวอย่างดังนี้ มาตรา […]

Baby Heath, Breastfeeding

อึลูกบ่งบอกสุขภาพ

การขับถ่ายของลูกบ่งบอกสุขภาพภายในได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตการขับถ่ายของลูกอยู่เสมอ เพื่อเช็กสุขภาพลูกว่ามีความปกติหรือไม่ โดยคุณแม่สามารถเช็กเบื้องต้นได้จากจำนวนครั้งที่ขับถ่าย และการสังเกตสีและลักษณะของอุจจาระของลูก จำนวนครั้งของการขับถ่ายในเด็กนมแม่ แรกเกิด–1 เดือน: อุจจาระวันละ 10 ครั้ง 1–4 เดือน: ลดปริมาณอุจจาระเหลือวันละ 6-8 ครั้ง 5-6 เดือน: การอุจจาระลดลงเหลือ 1-2 ครั้งต่อวัน หากเริ่มเสริมอาหารแล้วอาจมีการท้องผูกในช่วงแรก การสังเกตอุจจาระของเด็กแรกเกิด ลักษณะของอุจจาระของลูกในช่วงแรกจะมีความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย โดยหากมีลักษณะดังนี้บ่งบอกว่าสุขภาพเป็นปกติ โดยในช่วงนี้สารที่ทำลูกตัวเหลืองก็จะถูกขับออกมาด้วย อายุ 1-2 วันแรก: สีเขียวเข้มถึงดำคล้ายน้ำมันดิบ หรือเรียกว่า ขี้เทา (meconium)  ซึ่งเป็นอุจจาระในลำไส้ของลูกตั้งแต่ยังอยู่ในท้องคุณแม่ ถึงแม้ไม่ได้ทานอาหาร แต่เกิดจากการกลืนน้ำคร่ำ และสารบางอย่างที่สร้างจากทางเดินอาหารของลูก อายุ 2 วัน: สีเขียวจางลงอาจมีสีน้ำตาลปน มีน้ำเพิ่มขึ้น อายุ 3-4 วัน: มีปริมาณอุจจาระมากขึ้น มีความเหนียวน้อยลง และมีสีเขียวปนเหลือง อายุ 4 วันขึ้นไป: มีสีเหลืองทอง ลักษณะนิ่มปนเหลว อายุน้อยกว่า 6 […]

Child development

พัฒนาการเด็ก 7-12 เดือน เล่นอย่างไรเสริมสร้างพัฒนาการ

หลังจากที่เราได้แนะนำ พัฒนาการเด็กทารกช่วง 0-6 เดือน ไปแล้ว ในบทความนี้เราจะแนะนำถึงพัฒนาการเด็กทารกวัย 7-12 เดือนกันต่อ และการเสริมพัฒนาการให้เหมาะกับช่วงวัย พัฒนาการเด็กทารก คืออะไร พัฒนาการเด็กทารก คือ การเจริญเติบโตด้านต่างๆ ทางร่างกาย, สติปัญญา, ภาษา และสังคม ตั้งแต่แรกคลอด โดยในช่วง 12 เดือนแรกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยทารกแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของเวลา โดยเราสามารถใช้พัฒนาการในแต่ละวัยในการสังเกตการเจริญเติบโตของลูกว่ามีความปกติหรือไม่ และกิจกรรมใดบ้างที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดี พัฒนาการเด็ก 7 เดือน นั่งทรงตัวเองได้ ฟันเริ่มขึ้น เคี้ยวอาหารเป็นชิ้นได้ หยิบอาหารเข้าปากเองได้ การเสริมพัฒนาการเด็ก 7 เดือน ฝึกลูกทานอาหาร BLW ฝึกการหยิบจับสิ่งของต่างๆ ควรเป็นของที่ปลอดภัยต่อการเอาเข้าปากและไม่ติดคอ พัฒนาการเด็ก 8 เดือน เริ่มคืบ หรือคลานได้บ้าง มีการเคลื่อนไหวทางร่างกายมากขึ้น ใช้นิ้วชี้สิ่งของต่างๆได้ ชี้รูปสิ่งของตามคำที่พ่อ-แม่พูดถึงได้ การเสริมพัฒนาการเด็ก 8 เดือน อ่านนิทานพร้อมภาพประกอบ ฝึกกระตุ้นพัฒนาการทางภาษา  สอนเรียกสิ่งของต่างๆเป็นคำๆ พัฒนาการเด็ก 9 […]

Baby Heath, Child development, Pregnancy

เรื่องน่ารู้เมื่ออัลตราซาวด์

การอัลตราซาวด์ คือ การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพจากภายในช่องท้อง หรือภายในครรภ์เพื่อตรวจสอบการทำงาน และรูปร่างของทารกในครรภ์ ซึ่งจะสามารถช่วยให้ทราบขนาด ตรวจสอบการเคลื่อนไหว และอวัยวะต่างๆว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ การนัดไปอัลตราซาวด์ นอกจากจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวน้อยแล้ว ยังสามารถช่วยให้รับรู้ความสมบูรณ์ และพัฒนาการการเจริญเติบโตต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่เตรียมตัวต้อนรับลูกน้อยได้ การเตรียมตัวก่อนอัลตราซาวด์ คุณแม่ควรไปถึงก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัว และควรดื่มน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณของเหลวในกระเพาะ เพื่อให้มองเห็นลูกได้ชัดเจนขึ้น สิ่งที่แพทย์ทำการตรวจสอบในการทำอัลตราซาวด์ การวัดขนาดอวัยวะต่างๆ เพื่อตรวจสอบการเจริญเติบโต: สมอง, หัวใจ, ไต, กระเพาะ, กระเพาะปัสสาวะ,กะบังลม, หน้า, หน้าอก, แขน, ขา, เท้า, มือ และ อวัยวะเพศ โดยขณะทำการอัลตราซาวด์ คุณแม่จะได้ยินเสียงหัวใจของลูกเต้น ซึ่งควรอยู่ระหว่าง 120-180 ครั้งต่อนาที ตรวจสอบกระดูกสันหลัง ว่ามีผิวหนังปกคลุมครบถ้วย หรือมีความผิดปกติหรือไม่ ระบุความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม, เอ็ดเวิร์ดซินโดรม, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคปากแหว่งเพดานโหว่ ระบุเพศของลูก: ความชัดเจนของเพศขึ้นอยู่กับท่าทางของลูกขณะทำการอัลตราซาวด์ หากลูกไม่อยู่ในท่าที่สามารถเห็นเพศได้ชัด อาจมีการระบุเพศคลาดเคลื่อนได้ ตรวจสอบความผิดปกติของสายสะดือ, รก และน้ำคร่ำ สรุปเรื่องการอัลตราซาวด์ […]

Baby Heath

น้ำหนักลูกในครรภ์: เพื่อการตั้งครรภ์ที่แข็งแรง

การตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์สำหรับคุณแม่คนหนึ่ง ตั้งแต่ทราบว่าตัวเองตั้งท้อง จากผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง มาเป็นผู้หญิงที่ดูแล ปกป้อง เลี้ยงดูมนุษย์ตัวจิ๋วในครรภ์ด้วย เลือด เนื้อ และความรักของตัวเอง ต้องเรียกว่าคุณแม่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อลูกโดยแท้จริง เพราะเธอเลือกอาหารที่ทาน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่ส่งผลต่อทารกในครรภ์เสมอ ซึ่งในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ หนึ่งในเกณฑ์สำหรับพิจารณาว่าลูกเติบโตอย่างสุขภาพดีหรือไม่ก็คือน้ำหนักของลูก ซึ่งบางครั้งหากคุณแม่น้ำหนักไม่ขึ้นในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ มีความเป็นไปได้ว่าลูกตัวเล็กกว่าเกณฑ์ วิธีวัดน้ำหนักตัวลูกน้อยในครรภ์ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ดูจากน้ำหนักของคุณแม่: หลังจากตั้งครรภ์ได้ครบ 3 เดือน น้ำหนักคุณแม่ควรขึ้นประมาณสัปดาห์ละ 0.2-0.5 กิโลกรัม การวัดความสูงยอดมดลูก: ใช้สายวัดวัดระดับยอดมดลูก โดยการวัดระยะจากรอยต่อของกระดูกหัวหน่าวไปจนถึงยอดมดลูก โดยแนบตามส่วนโค้งของมดลูก ซึ่งในช่วงอายุครรภ์ 18–30 สัปดาห์ ระยะที่วัดได้เป็นเซนติเมตร จะเท่ากับอายุครรภ์เป็นสัปดาห์ เช่น หากอายุครรถ์ 25 สัปดาห์ ควรวัดได้ 25 เซนติเมตร อัลตราซาวด์: การอัลตราซาวด์ช่วยประเมินน้ำหนักลูกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถมองเห็นความสมบูรณ์ และสามารถวัดขนาดตัวของลูกได้ โดยจะประเมินจาก ปริมาณน้ำคร่ำในท้อง ขนาดหน้าท้อง การลอยตัวของทารก สาเหตุที่ทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ พันธุกรรม: คุณพ่อคุณแม่เป็นคนตัวเล็ก ลูกจึงมีน้ำหนักน้อยหรือตัวเล็กตาม มีความผิดปกติทางโครโมโซมของลูก หรือพิการแต่กำเนิด […]

bottlefeeding

ขวดนมของเด็กแรกเกิด วิธีเลือกและการใช้งานขวดนมสำหรับคุณแม่

นอกจากการดูดนมแม่จากเต้าแล้ว การใช้ขวดนมเป็นอีกสิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจ เพราะการเลือกขวดนมเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทั้งขนาด วัสดุที่ใช้ ราคา และยังมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซึ่งหลังจากเริ่มให้ลูกดูดนมจากเต้าแล้ว การแนะนำลูกให้เริ่มใช้ขวดนมก็เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่จำเป็น เพื่อต่อยอดไปสู่การดื่มนมจากแก้วหรือกล่อง เพื่อให้คุณแม่ได้พักเต้าและมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น  สำหรับการเลือก ขวดนม ให้กับลูกนั้น จะมีปัจจัยอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ ให้ลูกเริ่มใช้ขวดนม ตอนอายุเท่าไหร่? นานแค่ไหน? การเริ่มต้นให้ลูกดื่มนมจากขวดนม (Bottle-Feeding) สามารถเริ่มได้ทันทีหลังจากลูกเริ่มดูดนมจากเต้า แต่โดยทั่วไปแล้ว ควรให้เริ่มดูดนมจาก ขวดนมเด็ก หลังจากลูกมีอายุ 3 – 4 สัปดาห์ เหตุผลเพราะว่า เด็กแรกเกิดจะยังต้องทำความคุ้นชินกับการดูดนม ต้องมีแม่คอยดู คอยป้อนและทำให้ลูกรู้ว่าเขากำลังดูดนมอย่างปลอดภัย และ อบอุ่น นอกจากนี้ การที่ลูกดูดนมจากเต้ายังเป็นการกระตุ้นน้ำนมให้กับคุณแม่ เพื่อที่ร่างกายจะรับรู้และเร่งผลิตน้ำนม ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูก ช่วยให้คุณแม่สามารถปั๊มนมสำรองไว้ได้มากพอสำหรับการให้ลูก เพื่อให้ลูกน้อยหัดดูดนมจากขวดนมอีกด้วย   ในช่วงสัปดาห์แรกๆ คุณแม่ควรให้นมลูกปริมาณ 1 – 2 ออนซ์ เป็นประจำทุก 3 – 4 ชั่วโมง ลูกจะมีอาการงอแงบ้างเวลาหิวและจะนิ่งสงบเมื่อได้ดื่มนม ได้รับการกอด อุ้ม […]

Breastfeeding

เปิดตำราอาหาร 8 เพิ่มน้ำนมเพื่อลูกน้อย จากคุณแม่ตัวจริง

คุณแม่หลายๆ คนคงจะได้ยินคำแนะนำจากคุณแม่รุ่นเก๋าระดับมืออาชีพกันมาบ้าง ว่าจากตำราในสมัยโบราณเชื่อว่าสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนเป็นอาหารเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคุณแม่แล้วอาหารการกินเป็นเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ก็จะต้องมีอาหารบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง และในบทความนี้ เราจะพาคุณแม่ทั้งหลายเข้าครัวเลือกวัตถุดิบเพื่อทำอาหารเพิ่มน้ำนม ให้น้ำนมมีคุณภาพและหลั่งดีมากขึ้น รวมไปถึงเคล็ดลับการบำรุงน้ำนมเพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อย ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละอย่างหาซื้อได้ง่ายและเชื่อว่าหลายบ้านคงจะมีติดครัวกันอยู่แล้ว สาเหตุที่ทำให้คุณแม่น้ำนมน้อย ก่อนที่จะส่องวัตถุดิบอาหารเพิ่มน้ำนม คุณแม่ๆ คงจะอยากรู้ว่าต้นสายปลายเหตุของการหลั่งน้ำนมที่ปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้ปรับแก้และดูแลอย่างถูกจุดมากขึ้น ซึ่งสาเหตุมีได้ดังต่อไปนี้ ความเครียด ใช้ยาหรืออาหารเสริมเกินจำเป็น ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ เต้านมไม่ได้รับการกระตุ้น เจ็บหัวนม (sore nipples) เต้านมคัด มีประวัติการผ่าตัดเต้านมมาก่อนหน้า ทานอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารน้อย หรือไม่เพียงพอ เปิดตำราพาคุณแม่หาวัตถุดิบอาหารเพิ่มน้ำนม 1. ใบกะเพรา  วัตถุดิบแรก พาคุณแม่มาเริ่มต้นกันที่ผักคู่ครัวที่นอกจากจะเป็นเมนูโปรดของใครหลายคนแล้วยังมีสรรพคุณที่ดีเยี่ยม เพราะความร้อนจากใบกะเพราที่มีฟอสฟอรัส และแคลเซียมสูง สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มน้ำนมของคุณแม่ได้  รวมไปถึงหากลูกน้อยได้รับสารอาหารนี้ไปในน้ำนมจะช่วยทำให้ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กได้อีกด้วย  เมนูแนะนำ: ผัดกะเพรา หรือต้มจืดใบกะเพราหมูสับ 2. ขิง วัตถุดิบถัดมาเชื่อว่าคงอยู่คู่ครัวคนไทยข้างๆ กันกับวัตถุดิบแรก เพราะมีสรรพคุณเจ๋งๆ มากมาย ขิงเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างเช่นการช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนเลือดได้ดี มีวิตามินเอ บี 1 บี 2 […]